เมื่อวันที่ 12 – 14 สิงหาคม 2569 สพส. ได้จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น
และพืชเห็ดขี้ควายเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย” ณ อาคารอำนวยการสัมมนาและที่พัก สำนักงาน ป.ป.ส. อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบนโยบายและเข้าร่วมการประชุม
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานวิชาการ และสถาบันการศึกษา
ในการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากพืชฝิ่น และพืชเห็ดขี้ควายเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ
โดยมีนักวิชาการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม จำนวน 40 คน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก องค์การเภสัชกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มหาวิทยาลัยพายัพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และกรมวิชาการเกษตร ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญจากประชุมได้ ดังนี้
1. ที่ประชุมทบทวนสาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสารสกัดสารสำคัญของพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย
พ.ศ.2568 และแนวทางการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน SOP มาตราการควบคุมแห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
2. ที่ประชุมรับทราบ แนวคิดการควบคุมและใช้ประโยชน์จากพืชเสพติดอย่างสมดุล นายวีระพล ใจจันทร์ ผู้อำนวยสถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด (ผอ.สพส.)
และรับความคืบหน้าการขับเคลื่อนพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสารสกัดสารสำคัญของพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยที่ผ่านมา
รวมถึงข้อค้นพบ ปัญหาอุปสรรค และแนวทางแก้ไข นายรัฐพล ตันติอนุพงศ์ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาพืชเสพติด
3. ที่ประชุมรับทราบรับความก้าวหน้าโครงการวิจัย "การจำแนกเห็ดขี้ควายโดยใช้ลักษณะทางสันฐานวิทยาร่วมกับวิธีการทางชีวโมโลกุล"
จาก ผศ. ดร.เยาวภา อร่ามศิริรุจิเวทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโครงการวิจัย “การพัฒนาระบบการผลิตเห็ดขี้ควายเพื่อประโยชน์
ทางการแพทย์” โดย ผศ. ดร.ปรีดา นาเทเวศน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
4. ผู้เข้าร่วมประชุมลงพื้นที่ (Site Visit) ณ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อศึกษาบริบทประวัติศาสตร์ และติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างพื้นที่ทดลอง
เพาะปลูกพืชฝิ่นและเห็ดขี้ควาย ณ วิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ (วปส.)
5. ที่ประชุมเห็นชอบตามหลักการกรอบการดำเนินงาน 10 ระยะ สำหรับการวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนพืชและสารควบคุมสู่การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
และทางวิทยาศาสตร์ ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด มุ่งเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางยาของประเทศ ลดการนำเข้า พัฒนางานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมของประเทศ
ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ
- กรณีพืชฝิ่น: สามารถปรับลด/ย่นย่อกระบวนการดำเนินงานของฝิ่นให้มีความกระชับและรวดเร็วขึ้น เหลือเพียง 4 ระยะ จากเดิม 10 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1: การจัดการวัตถุดิบต้นน้ำ สายพันธุ์ และมาตรฐานการเพาะปลูก/ควบคุม
ระยะที่ 3: การสกัด สกัดแยก และควบคุมคุณภาพสารสำคัญ
ระยะที่ 4: การพัฒนาสูตรตำรับและการทดสอบประสิทธิภาพ/ความปลอดภัยในระดับห้องปฏิบัติการ
ระยะที่ 5: การทดสอบความปลอดภัย ประสิทธิผล และการนำร่องใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เนื่องจากเนื่องจากฝิ่นมีฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
สารสำคัญ (เช่น มอร์ฟีน, โคเดอีน) และประวัติการใช้ประโยชน์ทางเภสัชกรรมที่ชัดเจนอยู่แล้ว จึงสามารถข้ามขั้นตอนการศึกษากลไกเบื้องต้นได้
- กรณีเห็ดขี้ควาย: 10 ระยะของเห็ดขี้ควายมีลักษณะเป็นห่วงโซ่การพัฒนาที่ต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่ การเตรียมความพร้อม → การคัดกรอง และยืนยัน
องค์ความรู้ →การพัฒนาสายพันธุ์/วัตถุดิบ → การสกัดสารสำคัญและตำรับ (รักษาอาการซึมเศร้าและผู้ติดสารเสพติด) → การศึกษา
ความปลอดภัย → การศึกษาทางคลินิก → การขึ้นทะเบียน → การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ → การติดตามหลังการใช้
เนื่องจากเห็ดขี้ควายจัดเป็นนวัตกรรมยาสมุนไพรทางการแพทย์ชนิดใหม่ของประเทศที่ต้องสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์
ทางวิทยาศาสตร์อย่างรอบด้านและชัดเจน
6. ที่ประชุมให้ข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญ ดังนี้
6.1 สำนักงาน ป.ป.ส. มีความเหมาะสมในการเป็นหน่วยนำและเป็นแกนกลางหลักในการขับเคลื่อน ประสานงาน บูรณาการหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ
เพื่อการวางแผนงาน กำหนดทิศทาง เป้าหมาย รวมถึงแผนงบประมาณของงานวิจัยในแต่ละระยะให้มีความชัดเจน มุ่งเป้าให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ลดความซ้ำซ้อน เพื่อความคุ้มค่า
ทั้งเวลาและทรัพยากร
6.2 เห็นควรพิจารณาแนวทางการจัดหาเชื้อพันธุ์เห็ดขี้ควายและเมล็ดพันธุ์ฝิ่นจากต่างประเทศ ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรการควบคุมที่เกี่ยวข้อง
ควบคู่กับการศึกษาจำแนกและประเมินสายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการวิจัยและลดระยะเวลาในการพัฒนาฐานวัตถุดิบ
ผลการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนพื้นที่ทดลองและการบูรณาการงานวิจัยของพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายให้เป็นระบบ
และมีเอกภาพ และจะดำเนินการจัดทำรายงานสรุปผลการประชุมฯ พร้อมรวบรวมข้อสรุปและข้อเสนอแนะ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการบูรณาการ
การศึกษาวิจัยตลอดห่วงโซ่คุณค่า และเสนอผู้บริหารตามลำดับต่อไป