เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 นายวีระพล ใจจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด (สพส.)
เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงวิชาการ เรื่อง “การทบทวนองค์ความรู้และกำหนดทิศทางการวิจัยสายพันธุ์พืชกระท่อมในประเทศไทย”
โดยมีผู้แทนจากศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ/ไบโอเทค (สวทช.) กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมประชุม
เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านอนุกรมวิธาน พันธุศาสตร์ และกำหนดทิศทางการวิจัยพืชกระท่อมของประเทศให้เป็นไปตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติพืชกระท่อม
พ.ศ. 2565 พร้อมยกระดับการใช้ทรัพยากรและงบประมาณด้านการวิจัยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ที่ประชุมมีข้อสรุปสำคัญว่า พืชกระท่อมในประเทศไทยทั้งหมดเป็นพืชชนิดเดียวกัน คือ Mitragyna speciosa ส่วนชื่อเรียก เช่น “ก้านแดง” “ก้านเขียว” และ “หางกั้ง”
เป็นเพียงความแตกต่างของลักษณะภายนอกที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อม ไม่ใช่ความแตกต่างระดับสายพันธุ์ ขณะที่ข้อมูลพันธุกรรมเชิงลึก (SNPs)
พบว่าพืชกระท่อมไทยมีความหลากหลายทางพันธุกรรมและสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักตามแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นว่า การสุ่มเก็บตัวอย่างใบกระท่อมจากแปลงเกษตรกรทั่วประเทศในปัจจุบันไม่เหมาะสม เนื่องจากหลังการปลดล็อกพืชกระท่อมในปี พ.ศ. 2564
ได้เกิดการเคลื่อนย้ายสายต้นในเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ไม่สามารถระบุแหล่งกำเนิดดั้งเดิมได้อย่างชัดเจน และอาจก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
และการใช้งบประมาณโดยไม่จำเป็น
ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ใช้ทรัพยากรวิจัยของกรมวิชาการเกษตรเป็นฐานหลักในการศึกษาวิจัย โดยเฉพาะแปลงรวบรวม 82 สายต้น จังหวัดสุราษฎร์ธานี
และแปลงทดสอบสายต้นคัดเลือก 10 สายต้น (T1–T10) ใน 6 จังหวัด ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่มีความพร้อมและสามารถนำไปศึกษาวิจัยเชิงลึกได้ทันที
เพื่อสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมและสนับสนุนการพัฒนาสายพันธุ์พืชกระท่อมของประเทศ
ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. กรมวิชาการเกษตร สวทช. และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการศึกษาพันธุกรรมระดับ Multi-omics
จัดทำฐานข้อมูลจีโนมอ้างอิง พัฒนามาตรฐานการผลิต (GAP/GACP) และผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ควบคู่กับการวิจัยด้านอิทธิพลของพันธุกรรม
และสิ่งแวดล้อม (G×E) วิธีการขยายพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์ และการศึกษาพันธุ์กระท่อมจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาพืชกระท่อมไทยในอนาคต
ผลการประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยของประเทศ เพื่อมุ่งสู่การจัดทำ ธนาคารข้อมูลพันธุกรรมพืชกระท่อมไทย
และการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่คุ้มครองที่มี DNA Fingerprint ชัดเจน อันจะช่วยยกระดับงานวิจัย ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดงบประมาณภาครัฐ และสร้างระบบ
ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งกำเนิด รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรและการส่งออกของประเทศไทยในอนาคต