วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 – 15.30 น. นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. (รปส.1)
พร้อมด้วย นายวีระพล ใจจันทร์ ผอ.สพส., นายรัฐพล ตันติอนุพงศ์ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาพืชเสพติด, ผู้แทนจาก สวพ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ได้จัดประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในประเด็น “ความเป็นไปได้เชิงเทคนิคและแนวทางการวิจัยสังเคราะห์มอร์ฟีนจากของกลางยาเสพติด (เฮโรอีน)”
เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ และ ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ณ ห้องประชุมอินทนนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สพส. จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสามารถสรุปผลการประชุมได้ดังนี้
1. ผู้เข้าร่วมประชุมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย
1.1 ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.ภก.สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์
1.2 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ดรุณี หงษ์วิเศษ รองคณบดีคณะเภสัชศาสตร์
1.3 รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.จุฑามาศ เจียรนัยกุลวานิช หัวหน้าศูนย์บริการเภสัชกรรม
1.4 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพ. อภินันท์ อร่ามรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ
2. ผลการหารือประเด็น “ความเป็นไปได้เชิงเทคนิคและแนวทางการวิจัยสังเคราะห์มอร์ฟีน จากของกลางยาเสพติด (เฮโรอีน)”เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
ภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.1 แนวคิด: การนำของกลาง "เฮโรอีน" (ยาเสพติดประเภท 1) ที่จับกุมได้และเผาทำลายจำนวนมากในแต่ละปีมาใช้ประโยชน์ในการเข้ากระบวนการทางเคมี
เพื่อเปลี่ยนกลับเป็น "มอร์ฟีน" (ยาเสพติดประเภท 2) สำหรับใช้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์
2.2 ความเป็นไปได้ทางวิชาการ: ทางคณะเภสัชศาสตร์ มช. ยืนยันว่าในทางทฤษฎีปฏิกิริยาเคมี (Hydrolysis) ไม่ซับซ้อนและมีความเป็นไปได้ แต่ความท้าทาย
คือการทำให้บริสุทธิ์ในระดับ Pharmaceutical grade (เกือบ 100%) เพื่อให้ปลอดภัยสำหรับใช้กับมนุษย์
2.3 เป้าหมายการวิจัย: ศึกษาความเป็นไปได้ในการถอดโครงสร้างทางเคมีจากเฮโรอีนกลับไปเป็นมอร์ฟีน โดยเป้าหมายสุดท้ายคือผลิต Morphine Sulfate
ในระดับ Pharmaceutical Grade (ความบริสุทธิ์เกือบ 100%) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์
2.4 ผู้มีส่วนร่วมและบทบาท: ประกอบด้วย
1) มช. (คณะเภสัชศาสตร์/วิทยาศาสตร์): รับผิดชอบงานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการ (R&D) และการทดลองหา Condition ที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสาร
2) องค์การเภสัชกรรม (GPO): รับช่วงต่อในการผลิตระดับอุตสาหกรรม (Scale-up) และการขึ้นทะเบียนตำรับยา
3) ปปส. และ อย.: สนับสนุนด้านข้อกฎหมาย การครอบครองของกลาง และการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง
2.5 ประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์: ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนยาแก้ปวดระดับรุนแรงจากการนำเข้า โดยเฉพาะในสภาวะสงครามหรือความไม่สงบในประเทศ
ผู้ผลิตสารตั้งต้น
2.6 แนวทางดำเนินการในระยะถัดไป: เห็นควรให้มีการจัดประชุมหารือร่วม 4 ฝ่ายหลัก (ป.ป.ส., มช., อย., และองค์การเภสัชกรรม-GPO) เพื่อกำหนด
เป้าหมายสุดท้าย (End Goal) ขั้นตอน ข้อกฎหมาย และทิศทางความร่วมมือให้เกิดความชัดเจน
3. ผลการหารือประเด็นอื่น ๆ
3.1 การประเมินผลสัมฤทธิ์ พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565: ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ (มช.) พร้อมสนับสนุนการดำเนินการ ในเบื้องต้นได้มีการนัดหมาย
เชิญนักวิชาการที่เกี่ยวข้องประชุมในวันที่ 4 มี.ค. 69 ซึ่งทางคณะเภสัชศาสตร์ มช. พร้อมเข้าร่วมประชุมดังกล่าว
3.2 การใช้ประโยชน์จาก “กากกัญชา” (ที่เหลือจากการสกัด) โดย คณะเภสัชศาสตร์ มช. ติดขัดข้อกฎหมายในการนำกากกัญชามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์
เครื่องสำอาง ทั้งนี้ รปส.1 มอบหมายให้ สพส. ดำเนินการประสานงานหารือกับ สำนักงาน อย. เพื่อหาทางออกทางกฎหมายในประเด็นดังกล่าวต่อไป
3.3 การสนับสนุนการศึกษาวิจัยในพื้นที่ วปส. ตามพระราชกฤษฎีกาฯ โดย คณะเภสัชศาสตร์ มช. มีความสนใจยินดีสนับสนุนนักวิชาการเพื่อดำเนินการจัดทำ
"โมโนกราฟ (Monograph) ของฝิ่น" คือเอกสารมาตรฐานที่รวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ และความปลอดภัยเพื่อให้มั่นใจว่า
"ฝิ่น" ที่ใช้ในทางการแพทย์มีคุณภาพสม่ำเสมอ